2006/Oct/05

2.เพลงขับร้อง

หมายถึง เพลงที่เขียนขึ้นมาโดยมีเนื้อร้องมีจุดประสงค์ที่ทจะให้มีทั้งการขับร้องและการบรรเลงดนตรีประกอบเข้าด้วยกัน บทเพลงที่จัดอยู่ในประเภทเพลงขับร้องมีอยู่หลายชนิดดังนี้

เพลงเถา
เพลงเถา หมายถึง เพลงประเภทบรรเลงและขับร้อง ด้วยอัตราจังหวะช้า ปานกลาง และเร็ว โดยบรรเลงและขับร้องต่อเนื่องกันไปไม่ขาดระยะ ปกติเริ่มอัตราจังหวะสามชั้น สองชั้น และชั้นเดียว มี 4 ลักษณะดังนี้

1.เพลงเถา ที่เกิดขึ้นจากการนำเพลงอัตราจังหวะสามชั้นมาตัดแต่งลงเป็น อัตราจังหวะสองชั้นและชั้นเดียว เช่น เพลงสุดสงวนเถา เพลงเทพบรรถม เพลงภิรมย์สุรางค์เถา เป็นต้น

2.เพลงเถา ที่เกิดขึ้นจากการนำเพลงอัตราจังหวะสองชั้นของเดิมมาแต่งขยายเป็นอัตราจังหวะสามชั้น และแต่งตัดเป็นอัตราจังหวะชั้นเดียว เช่น เพลงโสมส่องแสงเถา เพลงราตรีประดับดาวเถา เพลงการเวกเล็กเถา เพลงขอมทรงเครื่องเถา เป็นต้น

3.เพลงเถา ที่เกิดขึ้นจากการนำเพลงอัตราจังหวะชั้นเดียวมาแต่งขยายเป็นอัตาจังหวะสองชั้นและสามชั้น เช่น เพลงเทพทองเถา เพลงหงส์ทองเถา เป็นต้น

4.เพลงเถา ที่เกิดขึ้นใหม่โดยไม่มีต้นเค้ามาจากเพลงใด โดยมากจะเกิดขึ้นโดยจินตนาการและอารมณ์ของศิลปินแต่ยังคงยึดรูปแบบของเพลงเถาเหมือนเดิม เช่น เพลงสุดาสวรรค์เถา เพลงสมโภชพระนครเถา เพลงชื่นจิตเถา เป็นต้น

/////////////////////////////////////////////////
เพลงตับ
เพลงตับ หมายถึงเป็นเพลงประเภทบรรเลงและขับร้องหลายๆ เพลงเรียงรวมกันเป็นชุด มีทั้งที่เป็นเพลงอัตราจังหวะสามชั้น เพลงอัตราจังหวะสองชั้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเพลงอัตราจังหวะสองชั้นแทบทั้งสิ้น
เพลงตับ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ
1. ตับเรื่อง คือเพลงตับที่เรียบเรียงขึ้นจากเพลงหลายเพลงโดยยึดเอาเนื้อร้องหรือบทร้องเป็นหลัก ไม่ยึดถือทำนองเพลงเป็นหลัก ตัวอย่างเพลงตับที่เป็นประเภทตับเรื่อง เช่น ตับเรื่องนางลอย ตับเรื่องสามก๊ก ตับเรื่องพระลอ ตับเรื่องขอมดำดิน เป็นต้น

2. ตับเพลง คือ เพลงตับที่เรียบเรียงขึ้นจากเพลงหลายเพลงโดยยึดถือเอาทำนองเพลงเป็นหลัก เพลงที่นำมาบรรเลงจะต้องเป็นเพลงที่มีอัตราจังหวะเดียวกัน ทำนองเสียงที่กลมกลืนกันไป ส่วนเนื้อเรื่องหรือบทร้องจะเป็นคนละเรื่องหรือเรื่องเดียวกันก็ได้ เช่น ตับเพลงลมพัดชายเขา ตับเพลงสมิงทอง ตับเพลงสามลา ตับเพลงมอญกละ เป็นต้น

*****************************************************

เพลงเกร็ด
เพลงเกร็ด หมายถึงเพลงที่ไม่ได้นำมาเรียบเรียงเป็นชุดเหมือนเพลงเถา เพลงตับ ส่วนใหญ่ใช้บรรเลงในเวลาสั้นๆ นำมาบรรเลงหรือขับร้องเป็นเพลงๆ ไป เพลงที่จัดเป็นชุดต่างๆ เช่น เพลงตับต่างๆ เมื่อนำมาแยกบรรเลงเป็ นเพลงๆ ก็เรียกได้ว่าเป็นเพลงเกร็ดเช่นกัน เพลงเกร็ดนี้ต้องมีความไพเราะเป็นพิเศษจนทำให้เป็นที่จดจำของบุคคลทั่วไป เช่น เพลงลาวดวงเดือน ลาวดำเนินทราย ลาวคำหอม ลาวเจริญศรี เขมรไทรโยค เป็นต้น

**********************************************************
เพลงลา
เพลงลา หมายถึงเป็นเพลงที่ใช้บรรเลงและขับร้องเป็นเพลงสุดท้าย เพื่อยุติการบรรเลงเนื้อร้องจะมีความหมายในเชิงอาลัยลาที่จะต้องจากกัน หรือเพื่อเป็นการให้ศีลให้พรแก่ผู้ฟัง เพลงลาจะนิยมใช้บทสร้อย คือมีการ "ว่าดอก" ตามอย่างสักวา เมื่อนักร้องร้องบทสร้อยหรือว่าดอกก็จะร้องไปจนจบวรรค จากนั้นก้จะมีเครื่องดนตรีประเภทใดประเภทหนึ่งบรรเลงเลียนเสียงร้อง ให้เหมือนที่สุดและซ้ำสองเที่ยว เครื่องดนตรีที่นำมาบรรเลงว่าดอกได้แก่ ซออู้ ซอสามสาย ปี่ใน ขลุ่ยเพียงออ เป็นต้น นอกจากนี้ยังเป็นการอวดฝีมือความสามารถของนักดนตรี เพลงที่นิยมนำมาบรรเลงได้แก่ เพลงเต่ากินผักบุ้ง เพลงนกขมิ้น เพลงอกทะเล เพลงพระอาทิตย์ชิงดวง

*******************************************************

ลักษณะการขับร้องเพลงไทย มีดังนี้
1. ร้องลำลอง นักร้องจะขับร้องไปตามทำนองตน เนื้อร้องจะถูกบรรจุไว้ตรงตามเสียงของลูกฆ้อง นักดนตรีก็บรรเลงทำนองเพลงประกอบไปพร้อมๆ กับนักร้องและใช้ลูกฆ้องอย่างเดียวกัน แต่นักดนตรีจะทำการแปรลูกฆ้องให้เป็นทำนองเต็ม ไปตามวิธีการบรรเลงและหน้าที่ของเครื่องดนตรีแต่ละชนิดที่นำมาใช้บรรเลงอยู่ในขณะนั้น

2.ร้องคลอ นักร้องจะขับร้องไปพร้อมกับนักดนตรีที่บรรเลงทำนองเพลงประกอบไปพร้อมกัน โดยที่สองฝ่ายจะดำเนินไปแนวเดียวกัน

3. ร้องรับ หรือ ร้องส่ง นักร้องจะต้องขับร้องเพลงขึ้นก่อน เมื่อนักร้องขับร้องเนื้อเพลงใกล้จะจบนักดนตรีก็บรรเลง โดยทำการสวมร้องก่อนที่เนื้อเพลงจะจบลง ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความกลมกลืนทั้งในด้านความช้า-เร็วของอัตราจังหวะและในด้านระดับเสียงของทั้งสองฝ่าย ทั้งการขับร้องและการบรรเลงดนตรี การขับร้องและการบรรเลงดนตรีจะใช้ลูกฆ้องอย่างเดียวกัน การร้องนั้นจะต้องแปรเสียงของลูกฆ้องให้มาเป็นทาง "เอื้อน" แต่นักดนตรีจะต้องแปรเสียงลูกฆ้องให้เป็นทำนองเต็ม

4. ร้องเคล้า นักร้องจะขับร้องไปตามทำนองตน นักดนตรีก็บรรเลงไปตามทำนองตนทำนองของทั้งสองฝ่ายจะมีความแตกต่างกัน ฟังแล้วเหมือนกับเป็นคนละเพลงที่ถูกนำมาบรรเลงเคล้ากันไป

*******************************************************


edit @ 2006/10/17 14:14:03
edit @ 2006/10/17 14:15:22
edit @ 2006/10/17 14:17:23
edit @ 2006/10/17 14:24:13
edit @ 2007/04/19 16:37:06
ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:


smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????   ??????????????????
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry ???????????????

มาเมนต์ให้แล้วนะคะอาจารย์ ขอหั้ยม . 6 ได้เรียนกะอาจารย์อีก เพราะอาจารย์สอนสนุก
#1  by  ม.5/10 (124.120.205.20) At 2007-09-06 21:21, 
ต้องการเพลง
#2  by   (118.173.185.17) At 2009-06-22 17:52, 
ขอบคุณมากที่ให้ข้อมูลbig smile big smile
#3  by  สิริทัศน์ (124.157.152.70) At 2009-09-08 19:13, 
#4  by   (202.149.25.225) At 2009-09-10 17:58, 
open-mounthed smile big smile ขอเป็นกำลังจัยให้เทอ
#5  by   (124.121.17.209) At 2009-12-07 15:27, 
รักมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆconfused smile
#6  by   (203.107.198.97) At 2010-01-15 17:33, 
sad smile surprised smile .....1234567890
#7  by   (113.53.0.2) At 2010-01-16 13:47, 
ขอบคุณค่ะ
#8  by   (113.53.204.239) At 2010-01-16 14:12, 
ขอบ-คุง-มาก ค๊าopen-mounthed smile confused smile angry smile surprised smile
#9  by   (118.172.196.25) At 2010-03-04 18:23, 
ดีcry
#10  by   (110.49.193.180) At 2010-07-23 19:27, 
ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
#11  by   (110.49.193.180) At 2010-07-23 19:28, 
ต้องการคนมาดูใจ
#12  by  ตาล (203.172.201.208) At 2010-10-04 10:35, 
555เก่งมากครับขอบคุณ
#13  by  13213213 (125.25.120.38) At 2012-01-04 18:10, 

<< Home